วิธีดูแลผิวหน้าฝน ด้วย 4 ทิปส์ปรนนิบัติผิว พร้อมเคล็ดลับกำจัดผดผื่นแบบ DIY

วิธีดูแลผิวหน้าฝน ไม่ใช่เรื่องยากหรือเสียเวลา แค่เพิ่มความเอาใจใส่ในแต่ละขั้นตอน Skincare routine ประจำวัน ก็ช่วยให้ผิวสวยพร้อมลุยฝนได้แล้วค่ะ


นอกจากสายฝนจะมาพร้อมความสดชื่นเย็นฉ่ำอย่างที่หลายคนรอคอย แต่ปัญหาผิวหน้าฝนก็คือสิ่งที่ตามมาด้วยเช่นกัน หากไม่เชื่อ ลองสังเกตดูนะคะว่าหลังเดินตากฝน ผิวของเราจะเริ่มคันยุบยิบ บางคนถึงขั้นแพ้ เป็นผื่นแดง หรืออาจเกิดปัญหาสิวตามมา!? HAPPINESSO จึงขอแบ่งปันทิปส์วิธีดูแลผิวหน้าฝน พร้อมเคล็ดลับกำจัดผดผื่นคันจากการแพ้น้ำฝนแบบ DIY ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ผิวสวยฉ่ำรับวันฝนตกแบบไม่ต้องกลัวปัญหาผิวที่จะตามมา

ทำไมฤดูฝน จึงเป็นศัตรูกับผิวของเรา?

น้ำฝนในปัจจุบันไม่สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่คิดนะคะ เพราะมลภาวะเพิ่มขึ้นทั้งฝุ่นควัน ฝุ่นละออง ไปจนถึงสารพิษในอากาศ ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาเต็มไปด้วยสารที่เรียกว่า อัลคาไลน์ (Alkaline) นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่เป็นพิษต่อผิวและผมเจือปนอยู่ เมื่อเราตากฝนเป็นเวลานานหรือไม่อาบน้ำชำระล้างร่างกายทันทีหลังเปียกฝน ผมจะเริ่มแห้งและเหนียว ส่วนผิวก็จะคันยุบยิบ แสบ หรือแพ้จนเป็นผื่นแดงบริเวณใบหน้าและลำตัว หรือบางรายอาจเกิดภาวะเสียสมดุลในผิวเพราะความเป็นกรด-ด่างที่ไม่สมดุลของน้ำฝน เรียกได้ว่าฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งศัตรูตัวร้ายของผิวเลยค่ะ  



4 ทิปส์ปรนนิบัติผิว วิธีดูแลผิวหน้าฝนให้สวยฉ่ำ

1. หลีกเลี่ยงการตากฝน

วิธีดูแลผิวหน้าฝนและปกป้องผิวของเราจากมลภาวะที่ดีที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงการเดินตากฝน แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงฝนตกจริงๆ ก็ควรสวมเสื้อแขนยาว หมวก ใช้ร่ม หรือเสื้อกันฝน เพื่อป้องกันผิวให้เปียกฝนน้อยที่สุดค่ะ

2. อาบน้ำและล้างหน้าให้สะอาด

หลังผ่านการลุยฝนมาแล้ว ควรรีบอาบน้ำและล้างหน้าให้สะอาดทันทีเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน รวมถึงชำระล้างสารพิษที่มากับน้ำฝนออกไปจากผิวของเราให้สะอาดหมดจด เพื่อเป็นการดูแลผิวหลังเจอมลภาวะ


วิธีดูแลผิวหน้าฝน-2

3. ควรรีบทำความสะอาดผิวทันทีที่สามารถทำได้

บางครั้งเราอาจจำเป็นต้องตากฝนและไม่สามารถอาบน้ำชำระล้างร่างกายได้ทันที แต่ก็สามารถทำความสะอาดผิวเบื้องต้นได้ เช่น การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าและซับให้สะอาด ก็จะช่วยบรรเทาอาการคันและระคายเคืองจากน้ำฝนลงได้ชั่วคราว เมื่อกลับถึงบ้านก็ควรอาบน้ำและล้างหน้าอีกครั้งให้เร็วที่สุด

4. บำรุงและปกป้องผิวหลังทำความสะอาดด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสม

ทุกครั้งที่ผิวของเราเผชิญกับน้ำฝน นั่นล่ะค่ะคือการทำร้ายผิวทีละเล็กทีละน้อย เพราะฉะนั้นหลังทำความสะอาดผิวแล้ว อย่าลืมเติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของเรา ถือเป็นการจบขั้นตอนวิธีดูแลผิวหน้าฝนอย่างสมบูรณ์


สูตรมาร์กหน้า DIY วิธีดูแลผิวหน้าฝน ช่วยลดผดผื่นคัน


วิธีดูแลผิวหน้าฝน-3

มาร์กหน้าด้วยมะเขือเทศสด

มะเขือเทศอุดมไปด้วยสารไลโคปีนและแคโรทีน รวมถึงวิตามินอีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อผิวของเรา นอกจากนี้ความชุ่มชื้นจากมะเขือเทศยังช่วยลดอาการระคายเคืองและผดผื่นที่เกิดจากน้ำฝนได้

ลองนำมะเขือเทศสดมาล้างให้สะอาด จากนั้นบี้ให้แหลกแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นจากนั้นปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นอีกครั้ง เราจะสัมผัสได้ทันทีเลยว่า ผิวสดชื่นและเบาสบาย หมั่นทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผดผื่นจะค่อยๆ ลดลง แถมหน้ายังกระจ่างใสขึ้นและช่วยลดสิวอุดตันอีกด้วย


วิธีดูแลผิวหน้าฝน-4

มาร์กหน้าด้วยน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งคือสุดยอดอาหารผิวและตัวช่วยบำรุงความงามของหญิงสาวมานับพันปี ด้วยสารอาหารมากมายในน้ำผึ้งและคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อ น้ำผึ้งจึงช่วยปรับสมดุลให้กับผิวของเรากลับมาอ่อนเยาว์ แข็งแรง และช่วยบรรเทาอาการผดผื่นบนใบหน้าได้

นำน้ำผึ้งสดมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าจะเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และช่วยลดอาการคันหรือระคายเคือง เราสามารถมาร์กหน้าด้วยน้ำผึ้งได้บ่อยเท่าที่ต้องการค่ะ


วิธีดูแลผิวหน้าฝน-5

มาร์กหน้าด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนผดผื่นคัน อาการแพ้ นอกจากนี้ยังช่วยเคลือบผิวเพื่อเก็บรักษาความชุ่มชื้นได้อีกด้วยค่ะ

วิธีการมาร์กหน้าด้วยว่านหางจระเข้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำเนื้อวุ้นมาล้างยางออกให้สะอาด นำไปบดละเอียด จากนั้นพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน ผิวจะค่อยๆ เนียนนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น ช่วยบรรเทาอาการผดผื่น อาการคันหรือแพ้น้ำฝนได้อย่างเป็นธรรมชาติ


น้ำฝนอาจไม่ได้โรแมนติกเหมือนใน MV เพราะปัจจุบันในสายฝนเย็นฉ่ำนั้นเต็มไปด้วยความเป็นกรด-ด่างและสารพิษหลายชนิดที่เป็นตัวการทำร้ายผิว ดังนั้นอย่าลืมเตรียมพร้อมด้วยวิธีดูแลผิวหน้าฝน เพื่อดูแลและปกป้องผิวจากมลภาวะที่มาทักทายช่วงฤดูฝนนะคะ

error: ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม happinesso.me นะคะ :)